Thai healthcare pros and cons

In a general sense, the standard with which medical care is given in Thailand is good. In fact, most people would prefer to travel to this Asian country in pursuit of better treatment in terms of costs, efficiency and the promise of getting better. For as long as you are able to foot the bill, Thailand stands as one of the countries that has world class international standard hospitals in the larger urban areas. Nevertheless, the rural medicine in this Asian state is not any less dependable, although not as authentic as the one in Thailand hospitals.

Free healthcare

As regards the public health facilities, Thailand offers desirable medical services. However, it is often the case, as in most countries in the world, that government hospitals, which are often the most probable places to access free health care, are crowded. This therefore means that patients seeking medical attention will have to stand in queue for long hours waiting to be served. Still, for the citizens of Thailand, treatment is completely free for as long as they hold a Universal Coverage health card. This principle however applies everyday apart from Saturday when patients are expected to pay a certain amount.

Safety

When it comes to safety in Thailand hospitals, the situation is as close to desirable as it gets. Although Thailand stands as one of the developing countries, the healthcare services and facilities are relatively safe. Safety in this regards refers to hygiene and medical personnel prowess. As such, patients and visitors do not have to worry because of the level of professionalism and wellness the entire encounter at the Thailand hospitals should you fall sick or go to visit a loved one.

Number of hospitals

Thailand is not such a small country but still, a very populous one. For this reason, the number of hospitals is expected to be equally high. According to research and statistics, up until 2012, Thailand registered up to 1002 public hospitals. This was by far more than the 316 private hospitals that had been registered by the Ministry of Public Health’s Medical Registration Division. The citizens of Thailand who hold a Universal Coverage health card, therefore, have a better chance of accessing free medical services on specified days.

ดูดไขมันราคา ที่ไหนราคาถูก

ดูด ไขมัน ที่ไหน ดี

การดูดไขมันในปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมาย ตั้งแต่การใช้ท่อสุญญากาศ ใช้คลื่นเสียง คลื่นวิทยุ ไปจนถึงใช้ความเย็น แต่โปรแกรมดูดไขมันที่เป็นที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปนั่นก็คือ Vaser และ BodyTite

 

1.การดูดไขมันด้วยโปรแกรม Vaser จะใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) ผ่านหัวเข็มขนาดเล็กเข้าไปสลายเซลล์ไขมันให้แตกตัวเป็นของเหลวและดูดออก พลังงานคลื่นจะเลือกสลายเฉพาะเซลล์ไขมัน โดยรบกวนเส้นเลือด เส้นประสาทบริเวณรอบๆ ก้อนไขมันให้น้อยที่สุด ลดการเกิดรอยบวมช้ำ ทำให้ดูดไขมันออกมาได้ปริมาณมาก และโปรแกรม Vaser ยังถูกนำมาใช้ในรูปแบบของการดูดไขมันเพื่อออกแบบรูปร่าง (Lipo Sculpture) ซึ่งเหมาะกับคุณทุกไซส์ ตั้งแต่ไซส์ S มีไขมันสะสมเฉพาะจุดเล็กน้อยไปจนถึงไซส์ XXL ที่อยากจะปั้นหุ่นให้สวยในแบบที่ต้องการได้อีกด้วย

สำหรับคนที่ดูดไขมันออกไปในปริมาณมากๆ อาจต้องมีการทำคอร์สยกกระชับผิวเพิ่ม เนื่องจากโปรแกรม Vaser แบบเดิมนั้นไม่ได้มีฟังก์ชั่นการยกกระชับผิวควบคู่ไปด้วย แต่ในปัจจุบันก็มีหลายคลินิกที่ใช้โปรแกรม Vaser รุ่นใหม่ที่สามารถช่วยกระชับผิวหลังดูดไขมันได้เช่นกัน

 

ราคาเฉลี่ยของโปรแกรม Vaser อยู่ที่ 50,000 (เริ่มต้นที่บริเวณละ 2 จุด)

2.การดูดไขมันด้วยโปรแกรม BodyTite เป็นเทคโนโลยี Radio Frequency Assisted Liposuction หรือการใช้คลื่นวิทยุ RF (เหมือนกับที่ใช้ในพวกโปรแกรม thermage ยกกระชับใบหน้า)โดยพลังงานความถี่ของคลื่นจะเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อนในอุณภูมิที่พอเหมาะในการทำไขมันให้แตกตัวเป็นน้ำมันเพื่อดูดออกอย่างรวดเร็ว โดยที่ตัวเครื่องจะมีตัวควบคุมอุณหภูมิ เพื่อป้องกันการเกิดความร้อนที่มากเกินไป และด้วยตัวคลื่น RF นี้เองทำให้การดูดไขมันด้วย BodyTite จะกระตุ้นการทำงานของคอลลาเจน เพื่อฟื้นฟูและยกกระชับผิวไปพร้อมกับการดูด ลดโอกาสการเกิดผิวไม่เรียบเนียน และไม่ต้องทำคอร์สยกกระชับเพิ่ม

 

ราคาเฉลี่ยของโปรแกรม BodyTite อยู่ที่ 59,600 (เริ่มต้นที่บริเวณละ 2 จุด)

การดูดไขมันแบบดั้งเดิมด้วยโปรแกรม Liposuction เป็นการผ่าตัดโดยใส่ท่อที่มีแรงดูดสุญญากาศเพื่อดูดไขมัน โดยแพทย์จะออกแรงบีบและกระแทกให้ไขมันแตกออก และดูดออกมาทางท่อ เป็นการดูดไขมันที่เห็นผลชัดเจน แต่ก็มีอาการเขียว ช้ำ และระบมเนื่องจากเส้นเลือดและเส้นประสาทได้รับการกระทบกระเทือนจากแรงกระแทก แพทย์ที่ทำจะต้องมีความชำนาญจริงๆ ถึงจะปลอดภัยและเกิดผลข้างเคียงน้อยที่สุด ซึ่งในปัจจุบันวิธีนี้ก็ไม่เป็นที่นิยมใช้กันแล้วเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง ผลที่ออกมาไม่เรียบเนียน ผิวเป็นคลื่น และต้องนอนพักฟื้นหลังทำเป็นเวลานานอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ภายหลังมีนวัตกรรม Vaser ออกมาคนจึงหันไปใช้ Vaser มากกว่า เนื่องจากปลอดภัย ผลข้างเคียงน้อย และไม่ต้องพักฟื้นนาน ดูดไขมันที่ไหนดี คลิกที่นี่

 

สำหรับบางคลินิกอาจมีโปรแกรมใหม่ๆ ที่เป็นรุ่นพัฒนาจากสองโปรแกรมนี้เพิ่มขึ้น โปรดติดต่อสอบถามกับคลินิกโดยตรง และเข้าปรึกษากับคุณหมอเพื่อเลือกโปรแกรมที่เหมาะสมกับปริมาณไขมันและลักษณะของผิวของแต่ละบุคคล